ชื่อสมาชิก
1. นางสาวธนัชชา น้อยกาญจนะ ปวช. 1/7
2. นางสาวนฤมล บำรุงเมือง ปวช. 1/7
3. นางสาวณิชนันทน์ บทมาตย์ ปวช. 1/7
4. นางสาววรรณนภา พันนาดี ปวช. 1/7
5. นางสาวกมลวรรณ สิทธิพันธ์ ปวช. 1/7
6. นางสาวฉราพรรณ วรินทร์ ปวช. 1/7
1. การลง Windows Xp
2. วิดีโอการประกอบคอมพิวเตอร์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554
การเข้าหัวแลน สาย UTP คืออะไร เข้าหัว RJ45 ต้องเรียงสีอย่างไร
ต่อ มาวิวัฒนาการมากขึ้น การเชื่อมต่อกับโลกภายนอกก็ตามมาถึงในบ้าน ครั้นจะซื้อทุกอย่าง พ่อแม่ก็คงเห็นว่าไม่ค่อยจะมีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหา ก็เลยมาถามว่าทำไงให้เด็ก ๆ เหล่านั้นมีความสนใจเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง คำตอบจากพ่อแม่เด็กครับ "ไม่รู้เหมือนกัน" ...วันนี้ก็เลยเอาเรื่องสายเน็ตเวิร์ก หรืออาจจะได้ยินคนเรียกว่าสาย UTP (Unshielded Twisted Pair) มาเล่าสู่กันฟังครับ
ปัจจุบัน สายเน็ตเวอร์กที่นิยมใช้เดินในอาคาร ก็คือสาย UTP หรืออาจจะเรียกว่า 10BaseT หรืออาจได้ยินว่าสาย CAT5 ซึ่งสาย CAT5 จะสามารถรองรับการสื่อสารข้อมูลได้ถึง 100 เมกกะบิตต่อวินาที (100 megabit per second)
สาย CAT5 จะเป็นสายที่มีตีเกลียวกัน 4 คู่ (รวมแล้วมีทั้งหมด 8 เส้น) เราถึงได้เรียกว่า Unshielded Twisted Pair (UTP)
รหัส สีของสาย CAT5 ทั้ง 4 คู่ จะใช้ตามค่ามาตรฐานของ Electronic Industry Association/Telecommunications Industry Association's Standard 568B ดังตาราง
| สายคู่ที่ 1 | ขาว/น้ำเงิน น้ำเงิน | |
| สายคู่ที่ 2 | บาว/ส้ม ส้ม | |
| สายคู่ที่ 3 | ขาว/เขียว เขียว | |
| สายคู่ที่ 4 | ขาว/น้ำตาล น้ำตาล |
หัวต่อสาย CAT5 UTP เราจะเรียกกันติดปากว่า หัว RJ45 (RJ ย่อมาจาก Registered Jack)
ใน มาตรฐานของ IEEE กำหนดให้ Ethernet 10BaseT ต้องมีสายตีเกลียวเป็นคู่ ๆ และคู่ที่หนึ่งจะเชื่อมต่อเข้ากับขา 1 และ 2 , และ คู่ที่สองจะต่อเข้ากับขา 3 และ 6 ส่วนขา 4 และ 5 จะข้ามไม่ใช้งาน
การเชื่อมต่อสายตามมาตรฐาน EIA/TIA-568B RJ-45 :
ในการใช้งานจะใช้แค่ 2 คู่ในการรับส่งข้อมูลตามมาตรฐาน 10BaseT โดยใช้คู่ที่ 2 (ขาว/สัม , ส้ม) และคู่ที่ 3 (ขาว/เขียว , เขียว)
| คู่ที่ 2ต่อเข้ากับขา 1 และ2ดังนี้: | |
| ขา 1 ใช้สี | ขาว/ส้ม |
| ขา2 ใช้สี | ส้ม |
| คู่ที่3ต่อเข้ากับขา3 และ6ดังนี้: | |
| ขา3 ใช้สี | ขาว/ส้ม |
| ขา6 ใช้สี | ส้ม |
| คู่ที่ 1 | |
| ขา4 ใช้สี | น้ำเงิน |
| ขา5 ใช้สี | ขาว/น้ำเงิน |
| คู่ที่ 4 | |
| ขา7 ใช้สี | ขาว/น้ำตาล |
| ขา8 ใช้สี | น้ำตาล |
เพื่อให้เข้าใจจะมีการต่อสายทั้งสองด้านดังนี้ครับ:| ปลายด้านปกติ (Standard) | ปลายด้านไขว้ (Crossover) |
| ขา 1 ขาว/ส้ม | ขา 1 ขาว/เขียว |
| ขา 2 ส้ม | ขา 2 เขียว |
| ขา 3 ขาว/เขียว | ขา 3 ขาว/ส้ม |
| ขา 4 น้ำเงิน | ขา 4 น้ำเงิน |
| ขา 5 ขาว/น้ำเงิน | ขา 5 ขาว/น้ำเงิน |
| ขา 6 เขียว | ขา 6 ส้ม |
| ขา 7 ขาว/น้ำตาล | ขา 7 ขาว/น้ำตาล |
| ขา 8 น้ำตาล | ขา 8 น้ำตาล |
| คู่ที่ 2ต่อเข้ากับขา 1 และ2ดังนี้: | |
| ขา1 ใช้สี | ขาว/เขียว |
| ขา2 ใช้สี | เขียว |
| คู่ที่ 2ต่อเข้ากับขา3 และ6ดังนี้: | |
| ขา3 ใช้สี | ขาว/ส้ม |
| ขา6 ใช้สี | ส้ม |
http://bigtui.exteen.com/category/Network-Tips-and-Trick
แบบฝึกหัดตอนที่2 หน่วย1-3
หน่วยที่1 องค์ประกอบคอมพิวเตอร์
ตอนที่2 จงเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว
1.บุคลากรในข้อใดมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มากที่สุด
ตอบ ก. นักวิเคราะห์ระบบ
2.ข้อใดคือยูติลิตี้โปรแกรม
ตอบ ข.Winzip
3.ข้อถือว่าเป็นองค์ประกอบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
ตอบ ค.แป้นพิมพ์
4.ข้อใดไม่ใช้ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์
ตอบ ข.Games
5.ในกรณีที่ต้องการต่อสาย เมาส์ ต้องต่อเข้าอุปกรณ์ใด
ตอบ ค.เมนบอร์ด
6.ข้อใดไม่ใช้หน่วยความจำสำรอง
ตอบ ง.รอม
7.คอมพิวเตอร์ในข้อใดน่าจะนำไปใช้งานมากที่สุด
ตอบ ก.อนาลอกคอมพิวเตอร์
8.ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
ตอบ ง.ซุปเปอร์แวร์
9.องค์ประกอบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการแสดง ผลคือข้อใด
ตอบ ข.จอภาพ
10.ซอฟต์แวร์ที่เป็นภาษาของคอมพิวเตอร์คือข้อใด
ตอบ ง.Basic
หน่วยที่2 หลักการทำงานคอมพิวเตอร์
ตอนที่2 จงเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว
1.ข้อใดคืออุปกรณ์ด้านอินพุทยูนิต
ตอบ ค.เมาส์
2.หน่วยประมวลผลข้อมูลกลางคือข้อใด
ตอบ ข.ซีพียู
3.ข้อใดไม่ใช้อุปกรณ์ต่อพ่วง
ตอบ ค.เมนบอร์ด
4.เครื่องพิมพ์ที่ใช้หลักการฉีดพ่นหมึกข้อใด
ตอบ ข.อิงค์เจต
5.การที่ให้ปากกาเคลื่อนที่ไปมาบนแกนโลหะเพื่อวาดภาพลงบนกระดาษเป็นหลักการของอุปกรณ์ชนิดใด
ตอบ ก.Flatbed Plotter
6. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อ่านรหัสข้อมูลที่ติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ คืออุปกรณ์ใด
ตอบ ง.BarCode Reader
7.หน่วยความจำภายในกล้องดิจิตอลสามารถเป็นภาพได้ประมาณกี่ภาพ
ตอบ ข.20
8 .ข้อใดไม่ใช่สื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล
ตอบ ค.รอม
9.สื่อบันทึกข้อมูลที่มีความจุมากกว่า 4.7 GB คือข้อใด
ตอบ ก.ดีวีดีรอม
10.ข้อใดคือคุณสมบัติของแฮนดี้ไดร์ฟ
ตอบ ก.พกพาสะดวกจุข้อมูลมาก
ตอนที่2 จงเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว
1.ข้อใดไม่ใช้หน้าที่ของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ
ตอบ ก.จำข้อมูลช่วงที่มีการเชื่อมไฟ
2.ข้อดีของระบบปฏิบัติการ Dos คือข้อใด
ตอบ ง.ทำงานในโหมดตัวอักษร
3.ข้อเสียของระบบปฏิบัติการวินโดวส์95 คือข้อใด
ตอบ ข.ต้องสั่งงานโดยใช้เมาส์
4วินโดวส์95 ต่างจากวินโดวส์98 อย่างไร
ตอบ ง.ซอฟแวร์สนับสนุน
5.ระบบปฏิบัติการใดน่าจะมีความเหมาะสมในยุคปัจจุบัน (พ.ศ.2547)มากที่สุด
ตอบ ค.Windows XP
6.ระบบปฏิบัติการที่เหมาะกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรมและการติดต่อสื่อสารระยะไกลคือข้อใด
ตอบ ข.Unix
7.ระบบปฏืบัติการประเภท Open Source คือข้อใด
ตอบ ค.Linux
8.ระบบปฏิบัติการใดเหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ SUN
ตอบ ก.Solaris
9.ระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์แบบพกพาคือข้อใด
ตอบ ค.Windows CE
10.ระบบปฏิบัติการที่ถูกบรรจุในหน่วยความจำรอมคือข้อใด
ตอบ ข.Firmware
วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ประวัติส่วนตัว
![[Photo-0021.jpg]](https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgVKSLfglXxLxcLZp64F9AZQmghCIs3elofr3xqAX8vTggCO6dtxqouRjA7BkAAHdNpjJDE6bOj_8JpVxAaej4eXv6QcUM3hvuL8Y_0IxPX9MCZNky-jocgyraOilKa0fSUHcEBhaTeJsLo/s220/Photo-0021.jpg)
ชื่อ นางสาว ธนัชชา น้อยกาญจนะ ชั้น ปวช. 1/7 รอบ เช้า
เกิด 27 เมษายน 2539 อายุ 15 ปีชื่อเล่น ฝน ปัจจุบันศึกษาอยู่
โรงเรียนพงสวัสดิ์พณิชยการ
อยู่ บ้านเลขที่ 75/3 ม. 1 อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี 1110
ชอบกิน ทุกอย่างที่อร่อย ชอบสี สีม่วง
ฉายา อีแว่นโต โนบิตะ อาลาเร่
โทร : 0802854962
ยินดีที่ได้รู้จัก ค่ะ ^ ^
![[Photo-0021.jpg]](https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgVKSLfglXxLxcLZp64F9AZQmghCIs3elofr3xqAX8vTggCO6dtxqouRjA7BkAAHdNpjJDE6bOj_8JpVxAaej4eXv6QcUM3hvuL8Y_0IxPX9MCZNky-jocgyraOilKa0fSUHcEBhaTeJsLo/s220/Photo-0021.jpg)
ชื่อ นางสาว ธนัชชา น้อยกาญจนะ ชั้น ปวช. 1/7 รอบ เช้า
เกิด 27 เมษายน 2539 อายุ 15 ปีชื่อเล่น ฝน ปัจจุบันศึกษาอยู่
โรงเรียนพงสวัสดิ์พณิชยการ
อยู่ บ้านเลขที่ 75/3 ม. 1 อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี 1110
ชอบกิน ทุกอย่างที่อร่อย ชอบสี สีม่วง
ฉายา อีแว่นโต โนบิตะ อาลาเร่
โทร : 0802854962
ยินดีที่ได้รู้จัก ค่ะ ^ ^
หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
แม้คอมพิวเตอร์ดูเหมือนว่ามีความซับซ้อนมากน้อยเพียงไรแต่เราสามารถแบ่งการทำงานของเครื่องได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
รับข้อมูล (Input) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่รับคำสั่งจากผู้ใช้เข้าไปในเครื่องโดยผ่านอุปกรณ์ เช่น คีบอร์ด เมาส์ จอยสติ๊ก เป็นต้น
ประมวลผล จะทำการประมวลข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับ โดยหน่วยประมวลผลที่มีชื่อเรียกว่า ซีพียู (CPU: Central Processing Unit)
นั้นเปรียบได้เหมือนป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ซึ่งสมรรถนะของเครื่องจะขึ้นกับความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผล
สำหรับชุดคำสั่งที่ป้อนให้หน่วยประมวลผลนั้นเรียกว่าโปรแกรม ซึ่งเป็นชุดคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่บางอย่างเฉพาะเจาะจง
แสดงผล เป็นส่วนที่แสดงหรือส่งข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลให้ผู้ใช้ ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ จอภาพ (แสดงภาพหรือข้อความ)
ลำโพง(ส่งเสียง) เป็นต้น
นอกจากการทำงานของเครื่อง 3 ขั้นตอน ยังมีส่วนประกอบสำคัญได้แก่ หน่วยความจำ (Memory) ในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งมี
หน่วยความจำสำหรับพักข้อมูลที่ต้องนำมาใช้ในการประมวลผล โดยรูปแบบการเก็บข้อมูลในเครื่องนั้นมีหน่วยเป็นบิต ที่มีค่าได้เพียง 2 ค่าคือ
0 หรือ 1 เท่านั้น เมื่อเรานำข้อมูลมาเรียงต่อกันหลายบิต ก็จะทำให้เราสามารถแทนค่าได้มากขึ้น โดยข้อมูลที่มีขนาด 8 บิต มีชื่อเรียกว่า ไบต์
เราใช้หน่วยไบต์ในการวัดขนาดของหน่วยความจำในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเรามักได้ยินคำ เช่น กิโลไบต์ ,เมกะไบต์และกิกะไบต์
เราสามารถแสดงการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นผังแบบง่ายๆได้ดังรูป
แม้คอมพิวเตอร์ดูเหมือนว่ามีความซับซ้อนมากน้อยเพียงไรแต่เราสามารถแบ่งการทำงานของเครื่องได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
รับข้อมูล (Input) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่รับคำสั่งจากผู้ใช้เข้าไปในเครื่องโดยผ่านอุปกรณ์ เช่น คีบอร์ด เมาส์ จอยสติ๊ก เป็นต้น
ประมวลผล จะทำการประมวลข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับ โดยหน่วยประมวลผลที่มีชื่อเรียกว่า ซีพียู (CPU: Central Processing Unit)
นั้นเปรียบได้เหมือนป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ซึ่งสมรรถนะของเครื่องจะขึ้นกับความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผล
สำหรับชุดคำสั่งที่ป้อนให้หน่วยประมวลผลนั้นเรียกว่าโปรแกรม ซึ่งเป็นชุดคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่บางอย่างเฉพาะเจาะจง
แสดงผล เป็นส่วนที่แสดงหรือส่งข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลให้ผู้ใช้ ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ จอภาพ (แสดงภาพหรือข้อความ)
ลำโพง(ส่งเสียง) เป็นต้น
นอกจากการทำงานของเครื่อง 3 ขั้นตอน ยังมีส่วนประกอบสำคัญได้แก่ หน่วยความจำ (Memory) ในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งมี
หน่วยความจำสำหรับพักข้อมูลที่ต้องนำมาใช้ในการประมวลผล โดยรูปแบบการเก็บข้อมูลในเครื่องนั้นมีหน่วยเป็นบิต ที่มีค่าได้เพียง 2 ค่าคือ
0 หรือ 1 เท่านั้น เมื่อเรานำข้อมูลมาเรียงต่อกันหลายบิต ก็จะทำให้เราสามารถแทนค่าได้มากขึ้น โดยข้อมูลที่มีขนาด 8 บิต มีชื่อเรียกว่า ไบต์
เราใช้หน่วยไบต์ในการวัดขนาดของหน่วยความจำในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเรามักได้ยินคำ เช่น กิโลไบต์ ,เมกะไบต์และกิกะไบต์
เราสามารถแสดงการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นผังแบบง่ายๆได้ดังรูป
อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทเครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ (Printer) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ข้อมูลออกทางกระดาษพิมพ์ โดยรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ผ่านสายเคเบิลไปยังเครื่องพิมพ์ดังรูป

รูปที่ 3 : แสดงไดรเวอร์ที่ติดตั้งเพื่อใหคอมพิวเตอร์รู้จักเครื่องพิมพ์ ประเภทของเครื่องพิมพ์1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก
2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์
1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก
เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก (Dot Matrix) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หัวเข็มกระแทกลงไปบนผ้าหมึกเพื่อให้หมึกที่ จะพิมพ์ตัวอักษรไปปรากฏบนกระดาษพิมพ์ เวลาพิมพ์จะมีเสียงดังมาก ตัวเครื่องพิมพ์จะมีราคาแพงส่วนผ้าหมึกจะมีราคาถูก ปัจจุบันใช้ในงานพิมพ์เอกสารที่ต้องการสำเนาหลายชุด เช่นใบสั่งซื้อ บิลเงินสด ใบเสร็จรับเงินหรือใบส่งของ เป็นต้น 
รูปที่ 7 : แสดงเครื่องพลอตเตอร์
หลักการทำงาน พลอตเตอร์ประกอบด้วยปากการหมึกหลายสี จำนวน 1 - 6 แท่ง เคลื่อนที่บนแกนโลหะ ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ ทำการวาดจุดเล็ก ๆ ให้เป็นเส้น ลวดลายหรือภาพลงบนกระดาษขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. Flatbed Plotter เป็นพลอตเตอร์ประเภทที่ใส่กระดาษวางไว้อยู่กับที่ แต่ส่วนเคลื่อนที่คือปากกา ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปมาบนแกนโลหะเพื่อวาดลงบนกระดาษอีกทีหนึ่ง
รูปที่ 8 : แสดงเครื่องพลอตเตอร์แบบ Flat bed
2. Drum Plotter เป็นเครื่องพลอตเตอร์ที่มีล้อยางด้านล่าง ทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษ ส่วนปากกาและหมึกจะอยู่ด้านบน เคลื่อนที่ไปทางด้านซ้ายและขวาเพื่อวาดรูปหรือวงจรตามต้องการ
รูปที่ 9 : แสดงเครื่องพลอตเตอร์แบบ Drum 
รูปที่ 4 : แสดงเครื่องพิมพ์ดอตเมตริก
หัวพิมพ์จะประกอบด้วยเข็มโลหะเล่มเล็ก ๆ วางเรียงกันเป็นแถวจำนวน 9 เข็มหรือ 24 เข็มเข็มแต่ละเล่มจะรับสัญญาณ ควบคุมให้พุ่งผ่านผ้าหมึก (Ribon) ไปตกกระทบบนกระดาษซึ่งมีล้อยางรองรับอยู่ด้านหลังให้เรียงจุดเป็นตัวอักษรหรือภาพ โดยล้อยางจะทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษให้เลื่อนบรรทัดในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนตัวอักษรต่อวินาที เครื่องพิมพ์ที่มีความเร็วสูงสามารถเคลื่อนหัวพิมพ์ได้สองทิศทาง มีทั้งขนาดแคร่สั้นและแคร่ยาว สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ ถ้าเป็นการพิมพ์ประเภทสีจะใช้หลักการเคลื่อนผ้าหมึกสี (น้ำเงิน เขียว แดง ดำ) ผสมสีกัน
2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink Jet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่อาศัยหลักการพ่นหมึกออกมาบนกระดาษพิมพ์โดยมีหัวพิมพ์เคลื่อน ที่บนแกนโลหะ การทำงานของหัวพิมพ์ใช้วิธีการฉีดพ่นน้ำหมึกเป็นจุดขนาดเล็ก ๆ จากกลักน้ำหมึกให้เป็นตัวอักษรหรือรูปภาพ แทนลงบนกระดาษ ความละเอียดของการพิมพ์วัดเป็นจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว ขนาดกระดาษที่ใช้มักเป็นขนาดA4(8.27 X 11.69 นิ้ว) หรือขนาดที่เล็กกว่า ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนหน้าต่อนาที การพิมพ์สีจะใช้หลักการพ่นหมึก3 สีคือ น้ำเงิน แดง และเหลือง ผสมกัน
รูปที่ 5 : แสดงเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
ข้อดีของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกคือ มีความเร็วในการพิมพ์สูงกว่าแบบดอตเมตริก สามารถพิมพ์ตัวอักษรและภาพได้หลายแบบ มีคุณภาพสูง สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ แต่มีข้อเสียคือความคมชัดน้อยกว่าเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ไม่สามารถพิมพ์กระดาษสำเนาหลายชั้นเหมือนกับเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกได้ ไม่สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษผิวมันและลื่นได้ เพราะหมึกอาจเลอะเปื้อนกระดาษหมึกของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีราคาแพงมาก แต่ตัวเครื่องพิมพ์จะมีราคาถูก หมึกของเครื่องพิมพ์แบบนี้จะเก็บอยู่ในตลับหมึก เมื่อหมึกหมดก็เพียงแต่เปลี่ยนตลับหมึกอันใหม่ก็ใช้งานได้ทันที นอกจากการเปลี่ยนตลับหมึกแล้วยังสามารถเติมหมึกเองก็ได้สำหรับเครื่องบางยี่ห้อ
3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์
เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ มีราคาแพงกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก มีคุณภาพในการพิมพ์สูงเหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการความเร็วและตัวอักษรคมชัด มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสาร โดยจะทำการแปลงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ให้เป็นรหัสแล้วใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงเป็นรูปภาพต้นแบบลงบนแท่นพิมพ์ที่เป็นล้อยาง (Drum) แล้วทำการใช้ความร้อนดูดผงหมึกจากกลัก (Toner) เข้ามาติดกับล้อยางตามแบบพิมพ์ จากนั้นกระดาษจะถูกรีดด้วยล้อยาง ผ่านแม่พิมพ์ที่มีผงหมึกติดอยู่ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรหรือภาพบนกระดาษ ความละเอียดของการพิมพ์วัดเป็นจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว (Dot Per Inch : DPI) ขนาดกระดาษที่ใช้มักเป็นกระดาษขนาด A4 หรือขนาดที่เล็กกว่า ความเร็วในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนหน้าต่อนาที

รูปที่ 6 : แสดงเครื่องพิมพ์เลเซอร์
ข้อดีของเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์คือ มีความเร็วในการพิมพ์สูง พิมพ์ตัวอักษรและภาพได้หลายแบบ มีคุณภาพและความคมชัดมากกว่าเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกและเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถพิมพ์กระดาษหลายชั้นที่ต้องการสำเนาได้ กลักผงหมึกมีราคาแพงมาก กระดาษที่ใช้ต้องมีคุณภาพดี การบำรุงรักษาค่อนข้างยุ่งยากเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริก ปัจจุบันมีบางบริษัทนำเอาตลับหมึกใช้แล้วมาผลิตใช้ ใหม่อีกครั้งแล้วขายในราคาถูก ตลับหมึกประเภทนี้ควรจะระมัดระวังในการซื้อใช้ เพราะจุดนี้อาจจะเป็นเงื่อนไขให้ผู้ผลิต เครื่องพิมพ์ยกเลิกสัญญารับประกัน
2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์
1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก
เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก (Dot Matrix) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หัวเข็มกระแทกลงไปบนผ้าหมึกเพื่อให้หมึกที่ จะพิมพ์ตัวอักษรไปปรากฏบนกระดาษพิมพ์ เวลาพิมพ์จะมีเสียงดังมาก ตัวเครื่องพิมพ์จะมีราคาแพงส่วนผ้าหมึกจะมีราคาถูก ปัจจุบันใช้ในงานพิมพ์เอกสารที่ต้องการสำเนาหลายชุด เช่นใบสั่งซื้อ บิลเงินสด ใบเสร็จรับเงินหรือใบส่งของ เป็นต้น
อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทเครื่องพลอตเตอร์ พลอตเตอร์ (Plotter) เป็นอุปกรณ์แสดงผลต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อวาดภาพ กราฟ วงจรลวดลายต่าง ๆ ลงบนกระดาษขนาดใหญ่ ๆ เหมาะกับงานด้านวาดภาพกราฟิก งานด้านการออกแบบที่ต้องการคุณภาพสูง

รูปที่ 10 : แสดงอุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทลำโพง
อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทลำโพง ลำโพง (Speaker) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับสัญญาณข้อมูลจากการ์ดเสียงที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณเสียง ลำโพงที่มา พร้อมกับคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นลำโพงขนาดเล็กที่มีคุณภาพไม่ดีนัก แต่เราสามารถหาซื้อลำโพง คุณภาพสูงมาเปลี่ยนได้เพื่อจะได้ฟังเพลงหรือเล่นเกมได้อรรถรสมากขึ้น

รูปที่ 12 : แสดงสแกนเนอร์แบบแท่นเรียบ อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทเครื่องอ่านรหัสแท่ง เครื่องอ่านรหัสแท่ง (BarCode Reader) เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ มีลักษณะคล้ายปากกาหรือลักษณะอื่น ๆ ทำหน้าที่อ่านรหัสข้อมูลที่ติดไว้บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปมักนิยมใช้บริการขายสินค้า ณ จุดซื้อขาย (Point Of Sales Terminals) ของธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า หรือการบริการยืมคืนหนังสือในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ต้องการ ความรวดเร็วในการกรอกรายละเอียดข้อมูลที่เป็นข้อความและตัวเลข 
รูปที่ 16 : แสดงอุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทจอยสติก กล้องดิจิตอล (Digital Camera) เป็นกล้องถ่ายภาพโดยไม่ใช้ฟิล์ม แต่จะเก็บข้อมูลเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์แทนซึ่ง เราสามารถนำไฟล์ภาพมาประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ได้ การใช้งานจะต่อสายเคเบิลระหว่างกล้องดิจิตอลกับพอร์ตของ เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการสำเนาหรือโอนย้ายไฟล์ไปยังตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีหน่วยความจำภายในตัวกล้องดิจิตอลเอง ซึ่งหน่วยความจำนี้สามารถเก็บภาพได้อย่างน้อย 20 ภาพ เมื่อถ่ายภาพจนเต็มหน่วยความจำก็ให้ย้ายไฟล์รูปภาพไป ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วค่อยนำกล้องไปถ่ายภาพใหม่ได้อีกครั้ง 
รูปที่ 18 : แสดงกล้องดิจิตอลประเภทที่มีหน่วยความจำภายในตัว สื่อบันทึกข้อมูล สื่อบันทึกข้อมูลหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหน่วยความจำสำรอง มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูล เพื่อนำมาเรียกใช้หรือแก้ไขในภายหลังได้ สื่อบันทึกข้อมูลที่ใช้กันอยู่มี หลายประเภทได้แก่ ฮาร์ดดิสก ์แผ่นดิสก์ ซีดีรอม ดีวีดีรอม ทัมร์ไดร์ฟหรือแฮนดรี้ไดร์ฟ เป็นต้น
ฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์คือสื่อบันทึกข้อมูล ที่มีความจุสูงและถูกติดตั้งไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ โครงสร้างภายในฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กหลายแผ่นวางเรียงซ้อนกันบนแกนตั้ง มีมอเตอร์ทำหน้าที่หมุนแผ่นจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูง แต่ละแผ่นจะมีหัวอ่านเขียน ยึดติดกับก้านหัวอ่าน (Access Arm) ทำหน้าที่เขียนอ่านในแต่ละด้านของแผ่นจานแม่เหล็ก แผ่นดิสก์แต่ละแผ่นมีโครงสร้างคล้ายกับแผ่นดิสก์เก็ต คือแบ่งเป็น แทร็กและเซ็กเตอร์ แต่ละแทร็ก ที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันของทุกแผ่นเราเรียกว่า Cylinder ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลทำได้ทั้งแบบ Sequential Access และ แบบRandom Access สื่อบันทึกข้อมูล สื่อบันทึกข้อมูลหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหน่วยความจำสำรอง มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูล เพื่อนำมาเรียกใช้หรือแก้ไขในภายหลังได้ สื่อบันทึกข้อมูลที่ใช้กันอยู่มี หลายประเภทได้แก่ ฮาร์ดดิสก ์แผ่นดิสก์ ซีดีรอม ดีวีดีรอม ทัมร์ไดร์ฟหรือแฮนดรี้ไดร์ฟ เป็นต้น
ฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์คือสื่อบันทึกข้อมูล ที่มีความจุสูงและถูกติดตั้งไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ โครงสร้างภายในฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กหลายแผ่นวางเรียงซ้อนกันบนแกนตั้ง มีมอเตอร์ทำหน้าที่หมุนแผ่นจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูง แต่ละแผ่นจะมีหัวอ่านเขียน ยึดติดกับก้านหัวอ่าน (Access Arm) ทำหน้าที่เขียนอ่านในแต่ละด้านของแผ่นจานแม่เหล็ก แผ่นดิสก์แต่ละแผ่นมีโครงสร้างคล้ายกับแผ่นดิสก์เก็ต คือแบ่งเป็น แทร็กและเซ็กเตอร์ แต่ละแทร็ก ที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันของทุกแผ่นเราเรียกว่า Cylinder ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลทำได้ทั้งแบบ Sequential Access และ แบบRandom Access- metal shutter คือ แผ่นโลหะสำหรับเลื่อนเปิดปิดเพื่ออ่านเขียนข้อมูลภายในดิสก์
- data access area คือพื้นที่สำหรับอ่านเขียนข้อมูล
- hard plastic jacket คือพลาสติกแข็งห่อหุ้มแผ่นดิสก์ที่อยู่ภายใน
- label คือพื้นที่สำหรับติดแผ่นฉลากเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเป็นแผ่นที่เก็บข้อมูลอะไร
- hub คือบริเวณหรือตำแหน่งที่เกี่ยวแผ่นดิสก์เมื่อใส่เข้าไปยังเครื่องขับดิสก์
- write-protect notch ตำแหน่งป้องกันการเขียนทับ สามารถเลื่อนเพื่อให้เขียนทับ
หรือไม่ก็ได้ บริเวณดังกล่าวจะมีสัญลักษณ์แสดงว่าปัจจุบันอยู่ในสภาวะใด 
รูปที่ 22 : แสดงการใช้แผ่นดิสก์ร่วมกับเครื่องขับดิสก์
โครงสร้างของเนื้อแผ่นดิสก์ มีการแบ่งโครงสร้างในการบันทึกข้อมูลเป็นวงกลมหลาย ๆ วงบนแผ่นดิสก์ เรียกว่า Track แต่ละ Track จะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ แต่ละส่วนเรียกว่า Sector ในแต่ละSector สามารถบรรจุข้อมูลได้ 512 Byte และสามารถใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง( 2 sides)แผ่นดิสก์แต่ละประเภทมีโครงสร้างจำนวน Track และจำนวน Sector ในแต่ละ Track ต่างกัน ทำให้แผ่นดิสก์มีขนาดความจุต่างกันด้วย
รูปที่ 23 : แสดง Track และ Sector ของแผ่นดิสก์
แผ่นดิสก์ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีขนาด 3.5 นิ้ว มีความจุ 1.44 MB แบบ Double Side High Density แบ่งเป็นวงกลมได้ทั้งหมด 80 วง (คือ 80 Track) ภายใน 1 Track แบ่งออกเป็น 18 Sector แต่ละ Sector เก็บข้อมูลได้ 512 Byte จำนวน 2 หน้า เพราะฉะนั้นแผ่นดิสก์ 1 แผ่นจึงมีความจุเท่ากับ 1,474,560 Byte (80 X 18 X 512 X 2 ) หรือมีค่าเท่ากับ 1,440 KB (1,024 Byte = 1 KB)หรือมีค่าประมาณ 1.44 MB (1,024 KB = 1 MB)
อดีของแผ่นดิสก์คือง่ายและสะดวกในการพกพา สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง การอ่านเขียนข้อมูลทำได้ทั้งแบบลำดับ (Sequential) และแบบสุ่ม (Random) ราคาถูก ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์แบบ ไมโครคอมพิวเตอร์ทุกประเภท แต่มีข้อเสียคือต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ความจุน้อย อายุการใช้งานน้อย ถ้าหักงอ โดนความร้อน โดนสนามแม่เหล็ก โดนน้ำ จะทำให้แผ่นดิสก์เสียหายและใช้งานไม่ได้ซีดีรอม ซีดีรอม (Compact Disk-Read Only Memory) เป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่มีความจุสูง โครงสร้างเป็นแผ่นพลาสติกทรงกลมบาง ๆ ที่ฉาบด้วยโลหะ metalic หลักการทำงานจะใช้แสงเลเซอร์ (Laser) ฉายลงไปบนพื้นผิวของแผ่น ทำให้เกิดหลุมรหัสเป็น 0 และ 1 การอ่านข้อมูลก็ใช้แสงเลเซอร์กวาดไปบนพื้นผิวของแผ่นแล้วใช้แสงสะท้อนกลับที่ได้แปลงไปเป็นข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านเข้าใจได้ 
รูปที่ 24 : แสดงแผ่นซีดีรอม
แผ่นซีดีรอมมีลักษณะเหมือนแผ่นซีดีเพลงทั่วไป มีความจุประมาณ 600 - 700 MB แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต มีความยาวของการบันทึกข้อมูลได้ประมาณ 74 นาที อ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีรอมได้อย่างเดียวผู้ใช้ไม่สามารถลบหรือบันทึก ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ข้อมูลจะถูกบันทึกมาจากบริษัทผู้ผลิตแล้ว ประโยชน์ของซีดีรอมคือ ใช้ในการเผยแพร่ซอฟต์แวร์ หรือ ข้อมูลที่มีขนาดความจุมากพอสมควรเก็บรักษาได้ง่ายกว่าแผ่นดิสก์ การนำแผ่นซีดีรอมไปใช้งานจะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์อ่าน ข้อมูลที่เรียกว่าซีดีรอมไดร์ฟ มีลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบ Random Access ความเร็วของซีดีรอมไดร์ฟจะใช้หน่วยวัดเป็น จำนวนเท่า ของความเร็วการอ่านข้อมูลที่ 150Kb ต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วของซีดีรอมไดร์ฟรุ่นแรก ๆ โดยจะใช้สัญลักษณ์ตัวอักษร “X” ต่อท้ายเพื่อบอกจำนวนเท่า สำหรับซีดีรอมที่จำหน่ายในปัจจุบันมีความเร็วอย่างน้อย 50 X
รูปที่ 25 :แสดงแผ่นซีดีรอมและซีดีรอมไดร์ฟ
ซีดีรอมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า WORM (Write Once Read Many ) มีลักษณะเช่นเดียวกับแผ่นซีดีรอมทั่วไป แต่ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลลงบนแผ่น WORM ได้ 1 ครั้ง โดยใช้ซีดีรอมไดร์ฟชนิดบันทึกได้ที่เรียกว่า CD-ROM Recordable แต่สามารถอ่านข้อมูลที่บันทึกไว้กี่ครั้งก็ได้ มีความจุประมาณ 650 MB มีลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบ Random Access มีราคาแพงกว่าแผ่นซีดีรอมทั่วไป
รูปที่ 26 : แสดงแผ่นซีดีรอม WORM
แผ่นซีดีรอมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า Erasable Optical Disks มีลักษณะแนวคิดในการเขียนอ่านได้หลาย ๆ ครั้ง เหมือนกับแผ่นดิสก์แต่ใช้แสงเลเซอร์ในการทำงาน การใช้งานต้องใช้งานร่วมกับ Optical Disk Drive หรือที่เรียกว่า MO (Magneto-optical) หรือที่เรียกว่า CD-Writer ปัจจุบันนิยมซื้อหามาใช้กันมากเพราะมีราคาถูก และใช้งานแทนซีดีรอมทั่วไปได้ เพราะสามารถอ่านหรือเขียนแผ่นซีดีรอมได้ มีขายตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป
รูปที่ 27 : แสดงแผ่นซีดีรอมที่สามารถอ่านและเขียนได้
ดีวีดีรอม
ดีวีดีรอม (DVD-ROM) เป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่มีความจุสูงมากกว่าซีดีรอม โครงสร้างของแผ่นเป็นแผ่นพลาสติกทรงกลมบาง ๆ ที่ฉาบด้วยโลหะ metalic ดีวีดีรอมสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า 4.7 GB ซึ่งเหมาะสำหรับการเก็บภาพยนตร์หรือไฟล์มัลติมีเดีย จำนวนมาก ภาพและเสียงของดีวีดีรอมจะมีความคมชัดมากกว่าซีดีรอม แต่แผ่นดีวีดีรอมจะต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ ดีวีดีรอมไดร์ฟ อุปกรณ์ดีวีดีรอมไดร์ฟสามารถอ่านแผ่นได้ทุกประเภท
รูปที่ 28 : แสดงแผ่นดีวีดีรอมที่ใช้ร่วมกับดีวีดีรอมไดร์ฟ
แฮนดี้ไดร์ฟ
แฮนดี้ไดร์ฟ (Handy Drive) หรือทัมพ์ไดร์ฟ (Thum Drive) คือสื่อที่ใช้บันทึกข้อมูลอีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบัน ได้รับความนิยมใช้กันมาก สื่อบันทึกข้อมูลชนิดนี้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้เหมือนกับแผ่นดิสก์ และฮาร์ดดิสก์ แต่มีข้อดีตรงที่ว่าพกพาได้สะดวกขนาดเล็กกว่าแผ่นดิสก์ มีความจุมากกว่าแผ่นดิสก์หลายเท่า เช่น 128 , 256 , 512 MB , 1 GB , 2 GB พอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อกับสื่อบันทึกข้อมูลชนิดนี้คือพอร์ต USB (Universal Serial Bus)



รูปที่ 13 : แสดงการเครื่องอ่านรหัสแท่งที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีก
BarCodes Reader ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกข้อมูลทางแป้นพิมพ์ที่มีรายละเอียดของตัวอักษรและตัวเลขจำนวนมาก หลักการทำงานจะใช้วิธีการยิงแสงเลเซอร์เพื่ออ่านแถบรหัสแท่งสีดำที่พิมพ์เรียงกันไว้ มีขนาด หนาบางแตกต่างกัน ติดอยู่บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แล้วนำรหัสข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับรายละเอียดข้อมูล ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล (Database) แล้วนำข้อมูลไปแปลงเป็นรายละเอียดต่าง ๆ ที่จัดเก็บไว้ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป โดยที่การทำงานของBarCode Reader นั้นจะต้อง มีโปรแกรมควบคุมการทำงานด้วย

รูปที่ 15 : แสดงเครื่องอ่านรหัสแท่งแบบต่าง ๆ
สแกนเนอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มักจะเป็นสแกนเนอร์แบบแท่นเรียบ ( Flatbed Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้ สามารถสแกนภาพบนกระดาษได้ครั้งละ 1 แผ่น โดยส่วนใหญ่สแกนเนอร์แบบนี้จะสแกนขนาดกระดาษได้กว้าง 8.5 นิ้ว ยาว 11 นิ้ว แต่สแกนเนอร์บางตัวอาจจะสแกนได้กว้างตั้งแต่8.5 นิ้วและยาวได้ถึง 14 นิ้ว เป็นสแกนเนอร์ที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมใช้งานกันมาก
จอยสติก (Joystick) คืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นคันโยก มีปุ่มบังคับที่ด้ามคันโยก เพื่อควบคุมตำแหน่งบนจอภาพได้ทุกตำแหน่งและทุกทิศทาง มักใช้ควบคุมโปรแกรมประเภทเกม ที่เป็นภาพเคลื่อนไหว วิดีโอเกม หรือโปรแกรมประเภทการออกแบบทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและใช้งาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ง่ายและสะดวก เวลาใช้งานให้นำจอยสติกต่อพ่วงกับพอร์ตจอยสติกที่อยู่ในซึ่งอยู่ในส่วน ของการ์ดเสียงด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์
ฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์คือสื่อบันทึกข้อมูล ที่มีความจุสูงและถูกติดตั้งไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ โครงสร้างภายในฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กหลายแผ่นวางเรียงซ้อนกันบนแกนตั้ง มีมอเตอร์ทำหน้าที่หมุนแผ่นจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูง แต่ละแผ่นจะมีหัวอ่านเขียน ยึดติดกับก้านหัวอ่าน (Access Arm) ทำหน้าที่เขียนอ่านในแต่ละด้านของแผ่นจานแม่เหล็ก แผ่นดิสก์แต่ละแผ่นมีโครงสร้างคล้ายกับแผ่นดิสก์เก็ต คือแบ่งเป็น แทร็กและเซ็กเตอร์ แต่ละแทร็ก ที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันของทุกแผ่นเราเรียกว่า Cylinder ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลทำได้ทั้งแบบ Sequential Access และ แบบRandom Access
ฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์คือสื่อบันทึกข้อมูล ที่มีความจุสูงและถูกติดตั้งไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ โครงสร้างภายในฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กหลายแผ่นวางเรียงซ้อนกันบนแกนตั้ง มีมอเตอร์ทำหน้าที่หมุนแผ่นจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูง แต่ละแผ่นจะมีหัวอ่านเขียน ยึดติดกับก้านหัวอ่าน (Access Arm) ทำหน้าที่เขียนอ่านในแต่ละด้านของแผ่นจานแม่เหล็ก แผ่นดิสก์แต่ละแผ่นมีโครงสร้างคล้ายกับแผ่นดิสก์เก็ต คือแบ่งเป็น แทร็กและเซ็กเตอร์ แต่ละแทร็ก ที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันของทุกแผ่นเราเรียกว่า Cylinder ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลทำได้ทั้งแบบ Sequential Access และ แบบRandom Access
- data access area คือพื้นที่สำหรับอ่านเขียนข้อมูล
- hard plastic jacket คือพลาสติกแข็งห่อหุ้มแผ่นดิสก์ที่อยู่ภายใน
- label คือพื้นที่สำหรับติดแผ่นฉลากเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเป็นแผ่นที่เก็บข้อมูลอะไร
- hub คือบริเวณหรือตำแหน่งที่เกี่ยวแผ่นดิสก์เมื่อใส่เข้าไปยังเครื่องขับดิสก์
- write-protect notch ตำแหน่งป้องกันการเขียนทับ สามารถเลื่อนเพื่อให้เขียนทับ
หรือไม่ก็ได้ บริเวณดังกล่าวจะมีสัญลักษณ์แสดงว่าปัจจุบันอยู่ในสภาวะใด
โครงสร้างของเนื้อแผ่นดิสก์ มีการแบ่งโครงสร้างในการบันทึกข้อมูลเป็นวงกลมหลาย ๆ วงบนแผ่นดิสก์ เรียกว่า Track แต่ละ Track จะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ แต่ละส่วนเรียกว่า Sector ในแต่ละSector สามารถบรรจุข้อมูลได้ 512 Byte และสามารถใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง( 2 sides)แผ่นดิสก์แต่ละประเภทมีโครงสร้างจำนวน Track และจำนวน Sector ในแต่ละ Track ต่างกัน ทำให้แผ่นดิสก์มีขนาดความจุต่างกันด้วย
แผ่นดิสก์ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีขนาด 3.5 นิ้ว มีความจุ 1.44 MB แบบ Double Side High Density แบ่งเป็นวงกลมได้ทั้งหมด 80 วง (คือ 80 Track) ภายใน 1 Track แบ่งออกเป็น 18 Sector แต่ละ Sector เก็บข้อมูลได้ 512 Byte จำนวน 2 หน้า เพราะฉะนั้นแผ่นดิสก์ 1 แผ่นจึงมีความจุเท่ากับ 1,474,560 Byte (80 X 18 X 512 X 2 ) หรือมีค่าเท่ากับ 1,440 KB (1,024 Byte = 1 KB)หรือมีค่าประมาณ 1.44 MB (1,024 KB = 1 MB)
อดีของแผ่นดิสก์คือง่ายและสะดวกในการพกพา สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง การอ่านเขียนข้อมูลทำได้ทั้งแบบลำดับ (Sequential) และแบบสุ่ม (Random) ราคาถูก ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์แบบ ไมโครคอมพิวเตอร์ทุกประเภท แต่มีข้อเสียคือต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ความจุน้อย อายุการใช้งานน้อย ถ้าหักงอ โดนความร้อน โดนสนามแม่เหล็ก โดนน้ำ จะทำให้แผ่นดิสก์เสียหายและใช้งานไม่ได้
แผ่นซีดีรอมมีลักษณะเหมือนแผ่นซีดีเพลงทั่วไป มีความจุประมาณ 600 - 700 MB แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต มีความยาวของการบันทึกข้อมูลได้ประมาณ 74 นาที อ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีรอมได้อย่างเดียวผู้ใช้ไม่สามารถลบหรือบันทึก ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ข้อมูลจะถูกบันทึกมาจากบริษัทผู้ผลิตแล้ว ประโยชน์ของซีดีรอมคือ ใช้ในการเผยแพร่ซอฟต์แวร์ หรือ ข้อมูลที่มีขนาดความจุมากพอสมควรเก็บรักษาได้ง่ายกว่าแผ่นดิสก์ การนำแผ่นซีดีรอมไปใช้งานจะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์อ่าน ข้อมูลที่เรียกว่าซีดีรอมไดร์ฟ มีลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบ Random Access ความเร็วของซีดีรอมไดร์ฟจะใช้หน่วยวัดเป็น จำนวนเท่า ของความเร็วการอ่านข้อมูลที่ 150Kb ต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วของซีดีรอมไดร์ฟรุ่นแรก ๆ โดยจะใช้สัญลักษณ์ตัวอักษร “X” ต่อท้ายเพื่อบอกจำนวนเท่า สำหรับซีดีรอมที่จำหน่ายในปัจจุบันมีความเร็วอย่างน้อย 50 X
ซีดีรอมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า WORM (Write Once Read Many ) มีลักษณะเช่นเดียวกับแผ่นซีดีรอมทั่วไป แต่ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลลงบนแผ่น WORM ได้ 1 ครั้ง โดยใช้ซีดีรอมไดร์ฟชนิดบันทึกได้ที่เรียกว่า CD-ROM Recordable แต่สามารถอ่านข้อมูลที่บันทึกไว้กี่ครั้งก็ได้ มีความจุประมาณ 650 MB มีลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบ Random Access มีราคาแพงกว่าแผ่นซีดีรอมทั่วไป
แผ่นซีดีรอมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า Erasable Optical Disks มีลักษณะแนวคิดในการเขียนอ่านได้หลาย ๆ ครั้ง เหมือนกับแผ่นดิสก์แต่ใช้แสงเลเซอร์ในการทำงาน การใช้งานต้องใช้งานร่วมกับ Optical Disk Drive หรือที่เรียกว่า MO (Magneto-optical) หรือที่เรียกว่า CD-Writer ปัจจุบันนิยมซื้อหามาใช้กันมากเพราะมีราคาถูก และใช้งานแทนซีดีรอมทั่วไปได้ เพราะสามารถอ่านหรือเขียนแผ่นซีดีรอมได้ มีขายตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป
ดีวีดีรอม
ดีวีดีรอม (DVD-ROM) เป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่มีความจุสูงมากกว่าซีดีรอม โครงสร้างของแผ่นเป็นแผ่นพลาสติกทรงกลมบาง ๆ ที่ฉาบด้วยโลหะ metalic ดีวีดีรอมสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า 4.7 GB ซึ่งเหมาะสำหรับการเก็บภาพยนตร์หรือไฟล์มัลติมีเดีย จำนวนมาก ภาพและเสียงของดีวีดีรอมจะมีความคมชัดมากกว่าซีดีรอม แต่แผ่นดีวีดีรอมจะต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ ดีวีดีรอมไดร์ฟ อุปกรณ์ดีวีดีรอมไดร์ฟสามารถอ่านแผ่นได้ทุกประเภท
แฮนดี้ไดร์ฟ
แฮนดี้ไดร์ฟ (Handy Drive) หรือทัมพ์ไดร์ฟ (Thum Drive) คือสื่อที่ใช้บันทึกข้อมูลอีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบัน ได้รับความนิยมใช้กันมาก สื่อบันทึกข้อมูลชนิดนี้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้เหมือนกับแผ่นดิสก์ และฮาร์ดดิสก์ แต่มีข้อดีตรงที่ว่าพกพาได้สะดวกขนาดเล็กกว่าแผ่นดิสก์ มีความจุมากกว่าแผ่นดิสก์หลายเท่า เช่น 128 , 256 , 512 MB , 1 GB , 2 GB พอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อกับสื่อบันทึกข้อมูลชนิดนี้คือพอร์ต USB (Universal Serial Bus)
BarCodes Reader ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกข้อมูลทางแป้นพิมพ์ที่มีรายละเอียดของตัวอักษรและตัวเลขจำนวนมาก หลักการทำงานจะใช้วิธีการยิงแสงเลเซอร์เพื่ออ่านแถบรหัสแท่งสีดำที่พิมพ์เรียงกันไว้ มีขนาด หนาบางแตกต่างกัน ติดอยู่บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แล้วนำรหัสข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับรายละเอียดข้อมูล ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล (Database) แล้วนำข้อมูลไปแปลงเป็นรายละเอียดต่าง ๆ ที่จัดเก็บไว้ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป โดยที่การทำงานของBarCode Reader นั้นจะต้อง มีโปรแกรมควบคุมการทำงานด้วย
หลักการทำงาน พลอตเตอร์ประกอบด้วยปากการหมึกหลายสี จำนวน 1 - 6 แท่ง เคลื่อนที่บนแกนโลหะ ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ ทำการวาดจุดเล็ก ๆ ให้เป็นเส้น ลวดลายหรือภาพลงบนกระดาษขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. Flatbed Plotter เป็นพลอตเตอร์ประเภทที่ใส่กระดาษวางไว้อยู่กับที่ แต่ส่วนเคลื่อนที่คือปากกา ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปมาบนแกนโลหะเพื่อวาดลงบนกระดาษอีกทีหนึ่ง
2. Drum Plotter เป็นเครื่องพลอตเตอร์ที่มีล้อยางด้านล่าง ทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษ ส่วนปากกาและหมึกจะอยู่ด้านบน เคลื่อนที่ไปทางด้านซ้ายและขวาเพื่อวาดรูปหรือวงจรตามต้องการ
หัวพิมพ์จะประกอบด้วยเข็มโลหะเล่มเล็ก ๆ วางเรียงกันเป็นแถวจำนวน 9 เข็มหรือ 24 เข็มเข็มแต่ละเล่มจะรับสัญญาณ ควบคุมให้พุ่งผ่านผ้าหมึก (Ribon) ไปตกกระทบบนกระดาษซึ่งมีล้อยางรองรับอยู่ด้านหลังให้เรียงจุดเป็นตัวอักษรหรือภาพ โดยล้อยางจะทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษให้เลื่อนบรรทัดในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนตัวอักษรต่อวินาที เครื่องพิมพ์ที่มีความเร็วสูงสามารถเคลื่อนหัวพิมพ์ได้สองทิศทาง มีทั้งขนาดแคร่สั้นและแคร่ยาว สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ ถ้าเป็นการพิมพ์ประเภทสีจะใช้หลักการเคลื่อนผ้าหมึกสี (น้ำเงิน เขียว แดง ดำ) ผสมสีกัน
2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink Jet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่อาศัยหลักการพ่นหมึกออกมาบนกระดาษพิมพ์โดยมีหัวพิมพ์เคลื่อน ที่บนแกนโลหะ การทำงานของหัวพิมพ์ใช้วิธีการฉีดพ่นน้ำหมึกเป็นจุดขนาดเล็ก ๆ จากกลักน้ำหมึกให้เป็นตัวอักษรหรือรูปภาพ แทนลงบนกระดาษ ความละเอียดของการพิมพ์วัดเป็นจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว ขนาดกระดาษที่ใช้มักเป็นขนาดA4(8.27 X 11.69 นิ้ว) หรือขนาดที่เล็กกว่า ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนหน้าต่อนาที การพิมพ์สีจะใช้หลักการพ่นหมึก3 สีคือ น้ำเงิน แดง และเหลือง ผสมกัน
ข้อดีของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกคือ มีความเร็วในการพิมพ์สูงกว่าแบบดอตเมตริก สามารถพิมพ์ตัวอักษรและภาพได้หลายแบบ มีคุณภาพสูง สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ แต่มีข้อเสียคือความคมชัดน้อยกว่าเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ไม่สามารถพิมพ์กระดาษสำเนาหลายชั้นเหมือนกับเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกได้ ไม่สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษผิวมันและลื่นได้ เพราะหมึกอาจเลอะเปื้อนกระดาษหมึกของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีราคาแพงมาก แต่ตัวเครื่องพิมพ์จะมีราคาถูก หมึกของเครื่องพิมพ์แบบนี้จะเก็บอยู่ในตลับหมึก เมื่อหมึกหมดก็เพียงแต่เปลี่ยนตลับหมึกอันใหม่ก็ใช้งานได้ทันที นอกจากการเปลี่ยนตลับหมึกแล้วยังสามารถเติมหมึกเองก็ได้สำหรับเครื่องบางยี่ห้อ
3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์
เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ มีราคาแพงกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก มีคุณภาพในการพิมพ์สูงเหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการความเร็วและตัวอักษรคมชัด มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสาร โดยจะทำการแปลงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ให้เป็นรหัสแล้วใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงเป็นรูปภาพต้นแบบลงบนแท่นพิมพ์ที่เป็นล้อยาง (Drum) แล้วทำการใช้ความร้อนดูดผงหมึกจากกลัก (Toner) เข้ามาติดกับล้อยางตามแบบพิมพ์ จากนั้นกระดาษจะถูกรีดด้วยล้อยาง ผ่านแม่พิมพ์ที่มีผงหมึกติดอยู่ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรหรือภาพบนกระดาษ ความละเอียดของการพิมพ์วัดเป็นจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว (Dot Per Inch : DPI) ขนาดกระดาษที่ใช้มักเป็นกระดาษขนาด A4 หรือขนาดที่เล็กกว่า ความเร็วในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนหน้าต่อนาที
ข้อดีของเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์คือ มีความเร็วในการพิมพ์สูง พิมพ์ตัวอักษรและภาพได้หลายแบบ มีคุณภาพและความคมชัดมากกว่าเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกและเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถพิมพ์กระดาษหลายชั้นที่ต้องการสำเนาได้ กลักผงหมึกมีราคาแพงมาก กระดาษที่ใช้ต้องมีคุณภาพดี การบำรุงรักษาค่อนข้างยุ่งยากเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริก ปัจจุบันมีบางบริษัทนำเอาตลับหมึกใช้แล้วมาผลิตใช้ ใหม่อีกครั้งแล้วขายในราคาถูก ตลับหมึกประเภทนี้ควรจะระมัดระวังในการซื้อใช้ เพราะจุดนี้อาจจะเป็นเงื่อนไขให้ผู้ผลิต เครื่องพิมพ์ยกเลิกสัญญารับประกัน
เมื่อต่อเชื่อมเครื่องพิมพ์เข้ากับ เครื่องคอมพิวเตอร์ได้แล้วให้ทำการติดตั้ง ไดรเวอร์ที่บริษัทให้มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ซึ่ง อาจจะเป็น แผ่นซีดีรอมหรือแผ่นดิสก์ โดยการใส่แผ่นซีดีรอมหรือแผ่นดิสก์เข้าไป ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมจะทำงานโดยอัตโนมัติ (Autorun) แล้วทำการติดตั้งตาม เมนูที่ปรากฏบนจอภาพ
วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เพิ่มๆ GIGABYTE
GIGABYTE
GIGABYTE TECHNOLOGY Co., Ltd. ผู้ผลิตอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมเมนบอร์ดและกราฟิกการ์ดระดับโลกมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศเปิดตัวสุดยอดเมนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล AMD AM3 Socket, เมนบอร์ด GA-890GPA-UD3H นับเป็นผลิตภัณฑ์เมนบอร์ดกลุ่มใหม่ที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับการทำงานรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถในประมวลผลร่วมกับแอพลิเคชั่นสุดโหด หรือระบบเกมสามมิติความละเอียดสูง ตลอดทั้งการทำงานที่ต้องการแบนด์วิดธ์ในการโอนถ่ายข้อมูลที่รวดเร็ว เมนบอร์ดตัวแรกที่มีการประสานการทำงานระหว่างชิพเซ็ต AMD 890GX และชิพเซต SB850 South Bridge, GIGABYTE GA-890GPA-UD3H นับเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดในอุตสาหกรรมที่สามารถรองรับการทำงานร่วมกับ เทคโนโลยี Serial ATA 6Gbps ได้มากถึง 6 ตัว โดยชิพเซต AMD SB850 ยังเป็นชิพคอนโทรลเลอร์ตัวแรกในอุตสาหกรรมที่สามารถสนับสนุนเทคโนโลยี Serial ATA 6 Gbps RAID ได้อีกด้วย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่า RAID 0,1,5 และ 10 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฮาร์ดไดร์ฟทั้งการสำรองข้อมูล หรือการบันทึกข้อมูลด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ นอกจากนั้นเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็ยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี GIGABYTE 3x USB Power Boost และเทคโนโลยี USB 3.0 อีกด้วย โดยคุณสมบัติดังกล่าวจะเป็นความสามารถของชิพคอนโทรลเลอร์คุณภาพสูง NEC® ซึ่งด้วยคุณสมบัตินี้จะทำให้เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H สามารถตอบรับกับกระแสความเร็วของเทคโนโลยีการโอนถ่ายข้อมูล และเทคโนโลยีของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น
“อะไรคือ แก่นแท้ของจุดเปลี่ยนในการส่งมอบประสิทธิภาพให้กับลูกค้าของเรา เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H คือคำตอบของทุกอย่างที่ผู้ใช้งานต่างคาดหวัง” คำกล่าวของ Tim Handley, รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดภาคธุรกิจเมนบอร์ดจาก GIGABYTE Technology Co. Ltd. “ ไม่เพียงแต่ GA-890GPA-UD3H จะเป็นเมนบอร์ดที่เป็นศูนย์กลางของโซลูชันที่มีการอินทริเกรตกราฟิกชิพที่มี คุณภาพสูง สำหรับการเล่นไฟล์วีดีโอที่ซับซ้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับเทคโนโลยี SATA 6 Gbps ที่มาพร้อมฟังก์ชัน RAID, USB 3.0 และเทคโนโลยี GIGABYTE 3x Power Boost ได้ง่ายยิ่งขึ้น สนุกในทุกช่วงเวลา ไปกับประสบการณ์อันน่าเหลือเชื่อของเทคโนโลยีการโอนถ่ายข้อมูลที่มีความรวด เร็ว”
เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษในการอินทริเกรต ATI Radeon™ HD 4290 IGP (Integrated Graphics Processor) กราฟิกชิพรุ่นใหม่ที่สนับสนุน DirectX 10.1 และการติดตั้งหน่วยความจำแบบ 128M DDR3 sideport memory มาให้พร้อมในตัว ให้การโอเวอร์คล็อกง่ายยิ่งขึ้นด้วยความเร็วของ GPU Clock ที่สูงถึง 1150MHz จากค่าดีฟอล์ 700MHz จึงทำให้กราฟิกชิพดังกล่าวสามารถให้คะแนนในการทดสอบ 3DMark06 score ได้สูงถึง 3300 หรือมากกว่านี้ (ขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้ทดสอบ) ซึ่งเป็นประสิทธิภาพที่สูงกว่าแพลตฟอร์ม AMD 790GX มากกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ อาจกล่าวได้ว่านี้คือชิพ IGP ที่ดีที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ ก็ว่าได้ พร้อมกันนั้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มศักยภาพและขยับขยายระบบได้ง่าย ยิ่งขึ้น บนเมนบอร์ดยังมีการติดตั้ง PCI-E 2.0 x16 graphics slots มาให้มากถึง 2 ช่องอีกด้วย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ความสามารถของเทคโนโลยี ATI CrossFireX™ ได้อย่างเต็มที่(จะวิ่งที่ความเร็ว x8,x8) อย่างไรก็ดีผู้ใช้งานก็สามารถติดตั้งกราฟิกการ์ดแบบเดี่ยวได้เช่นกัน เพราะด้วยประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ๆ ที่สนับสนุน DirectX 11 และเทคโนโลยี ATI Hybrid CrossFireX™ ก็ทำให้คุณสนุกไปกับประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทรงพลังได้อย่างง่ายดาย
USB 3.0 Support
เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H สนับสนุนการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Super Speed USB 3.0 โดยการติดตั้งชิพคอนโทรลเลอร์ NEC uPD720200 มาให้ออนบอร์ด ซี่งมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงถึง 5 Gbps ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราความเร็วที่ได้รับจาก USB 2.0 นอกจากนั้นยังมีความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ที่ทำงานบนพื้นฐาน USB 2.0 ทุกรุ่น ที่สำคัญด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ใน NEC SuperSpeed USB 3.0 เทคโนโลยี จึงทำให้การจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ USB เป็นไปอย่างราบรื่น รองรับการจัดการพลังงานให้กับอุปกรณ์ USB ยุคใหม่ที่มีอัตราการบริโภคพลังงานที่สูงขึ้น ได้ดียิ่งขึ้น3x USB Power Boost
เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี 3x USB Power Boost ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับเพิ่มพูนเสถียรภาพให้กับอุปกรณ์ USB โดยเฉพาะ มีความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ USB ทุกรุ่น ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดไดร์ฟ หรือออฟติคอลไดร์ฟแบบติดตั้งภายนอก ซึ่งด้วยนวัตกรรมนี้ จะช่วยให้การส่งมอบพลังงานผ่านพอร์ต USB มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถจัดส่งแรงดันไฟเพื่อใช้จ่ายพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอด้วย USB เพียงพอร์ตเดียว ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ได้มากขึ้น
“อะไรคือ แก่นแท้ของจุดเปลี่ยนในการส่งมอบประสิทธิภาพให้กับลูกค้าของเรา เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H คือคำตอบของทุกอย่างที่ผู้ใช้งานต่างคาดหวัง” คำกล่าวของ Tim Handley, รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดภาคธุรกิจเมนบอร์ดจาก GIGABYTE Technology Co. Ltd. “ ไม่เพียงแต่ GA-890GPA-UD3H จะเป็นเมนบอร์ดที่เป็นศูนย์กลางของโซลูชันที่มีการอินทริเกรตกราฟิกชิพที่มี คุณภาพสูง สำหรับการเล่นไฟล์วีดีโอที่ซับซ้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับเทคโนโลยี SATA 6 Gbps ที่มาพร้อมฟังก์ชัน RAID, USB 3.0 และเทคโนโลยี GIGABYTE 3x Power Boost ได้ง่ายยิ่งขึ้น สนุกในทุกช่วงเวลา ไปกับประสบการณ์อันน่าเหลือเชื่อของเทคโนโลยีการโอนถ่ายข้อมูลที่มีความรวด เร็ว”
เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษในการอินทริเกรต ATI Radeon™ HD 4290 IGP (Integrated Graphics Processor) กราฟิกชิพรุ่นใหม่ที่สนับสนุน DirectX 10.1 และการติดตั้งหน่วยความจำแบบ 128M DDR3 sideport memory มาให้พร้อมในตัว ให้การโอเวอร์คล็อกง่ายยิ่งขึ้นด้วยความเร็วของ GPU Clock ที่สูงถึง 1150MHz จากค่าดีฟอล์ 700MHz จึงทำให้กราฟิกชิพดังกล่าวสามารถให้คะแนนในการทดสอบ 3DMark06 score ได้สูงถึง 3300 หรือมากกว่านี้ (ขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้ทดสอบ) ซึ่งเป็นประสิทธิภาพที่สูงกว่าแพลตฟอร์ม AMD 790GX มากกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ อาจกล่าวได้ว่านี้คือชิพ IGP ที่ดีที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ ก็ว่าได้ พร้อมกันนั้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มศักยภาพและขยับขยายระบบได้ง่าย ยิ่งขึ้น บนเมนบอร์ดยังมีการติดตั้ง PCI-E 2.0 x16 graphics slots มาให้มากถึง 2 ช่องอีกด้วย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ความสามารถของเทคโนโลยี ATI CrossFireX™ ได้อย่างเต็มที่(จะวิ่งที่ความเร็ว x8,x8) อย่างไรก็ดีผู้ใช้งานก็สามารถติดตั้งกราฟิกการ์ดแบบเดี่ยวได้เช่นกัน เพราะด้วยประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ๆ ที่สนับสนุน DirectX 11 และเทคโนโลยี ATI Hybrid CrossFireX™ ก็ทำให้คุณสนุกไปกับประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทรงพลังได้อย่างง่ายดาย
USB 3.0 Support
เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H สนับสนุนการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Super Speed USB 3.0 โดยการติดตั้งชิพคอนโทรลเลอร์ NEC uPD720200 มาให้ออนบอร์ด ซี่งมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงถึง 5 Gbps ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราความเร็วที่ได้รับจาก USB 2.0 นอกจากนั้นยังมีความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ที่ทำงานบนพื้นฐาน USB 2.0 ทุกรุ่น ที่สำคัญด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ใน NEC SuperSpeed USB 3.0 เทคโนโลยี จึงทำให้การจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ USB เป็นไปอย่างราบรื่น รองรับการจัดการพลังงานให้กับอุปกรณ์ USB ยุคใหม่ที่มีอัตราการบริโภคพลังงานที่สูงขึ้น ได้ดียิ่งขึ้น3x USB Power Boost
เมนบอร์ด GIGABYTE GA-890GPA-UD3H จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี 3x USB Power Boost ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับเพิ่มพูนเสถียรภาพให้กับอุปกรณ์ USB โดยเฉพาะ มีความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ USB ทุกรุ่น ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดไดร์ฟ หรือออฟติคอลไดร์ฟแบบติดตั้งภายนอก ซึ่งด้วยนวัตกรรมนี้ จะช่วยให้การส่งมอบพลังงานผ่านพอร์ต USB มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถจัดส่งแรงดันไฟเพื่อใช้จ่ายพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอด้วย USB เพียงพอร์ตเดียว ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ได้มากขึ้น
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ASUS M4A9TD Pro เมนบอร์ดใหม่ล่าสุด
หลังจากที่เงียบมาพักใหญ่ ในที่สุด AMD ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวชิพเซ็ตเรือธง AMD890FX มาพร้อมๆ กับการมาถึงของซีพียู 6 แกนที่มีชื่อรหัสว่า Thuban เมื่อช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา และทางผู้ผลิตเมนบอร์ดอย่าง ASUS นั้นก็ไม่รอช้าที่จะนำชิพเซ็ตดังกล่าวมาใช้กับเมนบอร์ดของตน พร้อมกับใส่ลูกเล่นต่างๆ ไปอย่างมากมาย และวันนี้ผมได้รับเมนบอร์ดจา ASUS ที่ใช้ชิพเซ็ต AMD890FX สุดแรงตัวนี้มาทดสอบประสิทธิภาพกัน เชิญชมได้เลยครับ
Gallery
ภาพบนคือกล่องบรรจุภัณฑ์ของเมนบอร์ดตัวนี้ครับ จะเห็นได้ว่าตัวกล่องมีลักษณะเรียบง่าย ภายนอกกล่องบอกคุณสมบัติต่างๆ คร่าวๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นซ็อกเก็ตซีพียูที่รองรับ และการเชื่อมต่อต่างๆ รวมทั้งคุณสมบัติ Core Unlocker ด้วยครับ ซึ่งไว้ผมจะอธิบายต่อไป
การออกแบบของตัวเมนบอร์ดนั้นจะเห็นได้ว่าทาง ASUS ใช้สีดำเป็นสีหลักของพีซีบี ซึ่งตัดกับสล็อตสีฟ้าต่างๆ เป็นอย่างดี ทั้งนี้สำหรับช่องเสียบต่างๆ นั้นก็ดูไม่แออัดมากเกินไปนัก
สำหรับซอกเก็ตซีพียูที่เมนบอร์ดตัวนี้นั้นจะเป็นแบบ AM3 ซึ่งรองรับซีพียู Phenom II และ Athlon II ที่ใช้ซ้อกเก็ตดังกล่าวได้ทุกตัวในตลาด รวมทั้งซีพียู 6 แกนฉายา Thuban ด้วย สำหรับภาคจ่ายไฟนั้นในคู่มือเมนบอร์ดบอกไว้ว่าเปนแบบ 6+2 เฟสครับ
สล็อตแรมก็มีมาให้ 4 ช่อง ซึ่งรองรับแรมแบบ DDR3 แบบ Dual Channel ได้สูงสุด 16GB ที่ความเร็ว 2000/1600/1333/1066MHz
ปุ่มที่เห็นกลางภาพคือปุ่ม MemOK! ครับ ซึ่งมีหน้านี่ในการปรับความเร็วแรมให้เหมาะสมกับที่เมนบอร์ดรองรับ จะว่าไปแล้วคุณสมบัติ MemOK! นี้แทบจะกลายเป็นคุณสมบัติประจำตัวเมนบอร์ดของ ASUS ทุกรุ่นไปแล้วก็ว่าได้
สวิตช์ที่เห็นด้านบนสองตัวนั้นคือ Core Unlocker และ Turbo Key II ตามลำดับครับ โดยอันบนนั้นจะเป็น Core Unlocker ซึ่งมีคุณสมบัติในการปลดล็อคแกนของซีพียูที่ถูกปิดไว้ แต่คุณสมบัตินี้จะใช้ได้กับซีพียูบางรุ่นเท่านั้นนะครับ ซึ่งก็ต้องอาศัยดวงเดาเลขซีพียูกันไปตามระเบียบ ส่วนปุ่ม Turbo Key II นั้นมีไว้ใช้ในการเร่งความเร็วซีพียูโดยอัตโนมัตินั่นเอง
และที่สุดๆ ไปเลยสำหรับเมนบอร์ดตัวนี้คือการที่มีช่อง SATA 6Gb/s มาให้เลยถึง 6 ช่องด้วยกัน ควบคุมโดยชิพ Southbridge SB850 เอง รองรับ RAID 0, 1, 5, 10 ครับผม และถ้าเราชำเลืองมาทางขวาเราก็จะเห็นช่อง UltraDMA 133/100 ซึ่งควบคุมโดยชิพ JMicron
1 x IEEE 1394a
1 x LAN(RJ45) port
8 x USB 2.0/1.1
8 -Channel Audio I/O
1 x PS/2 Keyboard port (Purple)
1 x PS/2 mouse port (Green)
1 x Clear CMOS button
1 x Power eSATA port
Gallery
ภาพบนคือกล่องบรรจุภัณฑ์ของเมนบอร์ดตัวนี้ครับ จะเห็นได้ว่าตัวกล่องมีลักษณะเรียบง่าย ภายนอกกล่องบอกคุณสมบัติต่างๆ คร่าวๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นซ็อกเก็ตซีพียูที่รองรับ และการเชื่อมต่อต่างๆ รวมทั้งคุณสมบัติ Core Unlocker ด้วยครับ ซึ่งไว้ผมจะอธิบายต่อไป
การออกแบบของตัวเมนบอร์ดนั้นจะเห็นได้ว่าทาง ASUS ใช้สีดำเป็นสีหลักของพีซีบี ซึ่งตัดกับสล็อตสีฟ้าต่างๆ เป็นอย่างดี ทั้งนี้สำหรับช่องเสียบต่างๆ นั้นก็ดูไม่แออัดมากเกินไปนัก
สำหรับซอกเก็ตซีพียูที่เมนบอร์ดตัวนี้นั้นจะเป็นแบบ AM3 ซึ่งรองรับซีพียู Phenom II และ Athlon II ที่ใช้ซ้อกเก็ตดังกล่าวได้ทุกตัวในตลาด รวมทั้งซีพียู 6 แกนฉายา Thuban ด้วย สำหรับภาคจ่ายไฟนั้นในคู่มือเมนบอร์ดบอกไว้ว่าเปนแบบ 6+2 เฟสครับ
สล็อตแรมก็มีมาให้ 4 ช่อง ซึ่งรองรับแรมแบบ DDR3 แบบ Dual Channel ได้สูงสุด 16GB ที่ความเร็ว 2000/1600/1333/1066MHz
ปุ่มที่เห็นกลางภาพคือปุ่ม MemOK! ครับ ซึ่งมีหน้านี่ในการปรับความเร็วแรมให้เหมาะสมกับที่เมนบอร์ดรองรับ จะว่าไปแล้วคุณสมบัติ MemOK! นี้แทบจะกลายเป็นคุณสมบัติประจำตัวเมนบอร์ดของ ASUS ทุกรุ่นไปแล้วก็ว่าได้
สวิตช์ที่เห็นด้านบนสองตัวนั้นคือ Core Unlocker และ Turbo Key II ตามลำดับครับ โดยอันบนนั้นจะเป็น Core Unlocker ซึ่งมีคุณสมบัติในการปลดล็อคแกนของซีพียูที่ถูกปิดไว้ แต่คุณสมบัตินี้จะใช้ได้กับซีพียูบางรุ่นเท่านั้นนะครับ ซึ่งก็ต้องอาศัยดวงเดาเลขซีพียูกันไปตามระเบียบ ส่วนปุ่ม Turbo Key II นั้นมีไว้ใช้ในการเร่งความเร็วซีพียูโดยอัตโนมัตินั่นเอง
และที่สุดๆ ไปเลยสำหรับเมนบอร์ดตัวนี้คือการที่มีช่อง SATA 6Gb/s มาให้เลยถึง 6 ช่องด้วยกัน ควบคุมโดยชิพ Southbridge SB850 เอง รองรับ RAID 0, 1, 5, 10 ครับผม และถ้าเราชำเลืองมาทางขวาเราก็จะเห็นช่อง UltraDMA 133/100 ซึ่งควบคุมโดยชิพ JMicron
อันนี้เป็นชุดระบายความร้อนบนตัวชิพ Southbridge SB850
และนี่เป็นชุดระบายความร้อนที่อยู่บนตัวชิพ Northbridge 890FX ครับ
สำหรับพอร์ตต่อขยายต่างๆ นั้นก็มีมาให้อย่างพอเพียง ได้แก่ PCIe 2.0 x16 สองช่อง ซึ่งรองรับการต่อ CrossFireX ที่ความเร็ว x16 ด้วย นอกจากนั้นก็มี PCIe 2.0 x4 และ x1 มาให้อย่างละหนึ่งช่อง สุดท้ายก็เป็นช่อง PCI ธรรมดาสองช่องครับช่อง I/O ด้านหลังเครื่องครับ ซึ่งประกอบไปด้วย:
1 x S/PDIF Out (Optical) 1 x IEEE 1394a
1 x LAN(RJ45) port
8 x USB 2.0/1.1
8 -Channel Audio I/O
1 x PS/2 Keyboard port (Purple)
1 x PS/2 mouse port (Green)
1 x Clear CMOS button
1 x Power eSATA port
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
งานคอมพิวเตอร์
1. mainboard
เมนบอร์ด (mainboard) หรือ มาเธอร์บอร์ด (motherboard) เป็นแผงวงจรหลักของระบบคอมพิวเตอร์
สำหรับ เมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยทั่วไปจะประกอบด้วย หน่วยประมวลผลกลาง, ไบออส และหน่วยความจำหลัก พร้อมช่องให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ทั้งอุปกรณ์เสริมภายในและอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อจากภายนอก
ในบางประเทศ โดยเฉพาะในโฆษณาขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล นิยมใช้ศัพท์แสลงเรียกเมนบอร์ดว่า mobo (โมโบ) โดยเป็นคำย่อจาก motherboard
รูปแบบ
- PC/XT เป็นรุ่นบุกเบิกสร้างขึ้นโดยบริษัท IBM
- AT (Advance Technology) มีชื่อในยุค 386 แต่ตกรุ่นเมื่อมีรุ่น ATX
- ATX เป็นรุ่นที่เป็นที่นิยมจวบจนยุคปัจจุบัน
- ETX ใช้ใน embedded systems
- LPX ถูกออกแบบโดย Western Digital
- BTX (Balanced Technology eXtended) เป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่ถูกนำเสนอโดย Intel
- Mini-ITX (VIA Epia)ถูกออกแบบโดย VIA
- WTX (Workstaion Technology eXtended) เป็นเมนบอร์ดสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
2. Hard Disk

คอมพิวเตอร์ มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ส่วนประมวลผล ส่วนรับข้อมูล และส่วนแสดงผล การที่คอมพิวเตอร์จะสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลได้นั้นก็จำเป็นต้องมีข้อมูล ซึ่งข้อมูลนั้นจะถูกนำมาจากที่แห่งหนึ่ง นั่นก็คือส่วนที่เรียกว่า Storage
คอมพิวเตอร์ในยุคแรกจะเป็นกระดาษที่เป็นรู ซึ่งใช้งานยาก จากนั้นได้ถูกพัฒนามาใช้แผ่นพลาสติกที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็ก ที่เรียกว่า Diskette ต่อมาเมื่อข้อมูลมากขึ้น จำนวนการเก็บข้อมูลก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้การเก็บข้อมูลลงบนแผ่น Diskette นั้นไม่เพียงพอ ต่อมาจึงพัฒนาการเก็บข้อมูลมาเป็นการเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ที่เรียกว่า Hard Disk
ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์สำหรับการเก็บข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่างจาก RAM (เป็นหน่วยความจำของระบบ) คือ ฮาร์ดดิสก์จะยังจำข้อมูลได้แม้ว่าจะปิดเครื่องไปแล้วเหมือนเทป ฮาร์ดดิสก์ประสบความสำเร็จโดยการบันทึกข้อมูลเป็นแม่เหล็กลงบนพื้นผิวชนิด พิเศษ (ไม่มีสนามแม่เหล็กแรงสูงมากๆ มาเกี่ยวข้อง) สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ได้เป็นเวลาหลายๆ ปี
ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ.1950 และใช้จานหมุนวงกลมขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ฟุต เก็บข้อมูลได้เพียงไม่กี่เมกกะไบต์ ลักษณะทางกายภาพต่างไปจาก Floppy Disk ที่จานเหล่านี้จะมีความแข็งมากกว่า ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า Hard Disk ในปัจจุบันจานฮาร์ดดิสก์เหล่านี้มีขนาดเล็ก
คอมพิวเตอร์ในยุคแรกจะเป็นกระดาษที่เป็นรู ซึ่งใช้งานยาก จากนั้นได้ถูกพัฒนามาใช้แผ่นพลาสติกที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็ก ที่เรียกว่า Diskette ต่อมาเมื่อข้อมูลมากขึ้น จำนวนการเก็บข้อมูลก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้การเก็บข้อมูลลงบนแผ่น Diskette นั้นไม่เพียงพอ ต่อมาจึงพัฒนาการเก็บข้อมูลมาเป็นการเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ที่เรียกว่า Hard Disk
ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์สำหรับการเก็บข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่างจาก RAM (เป็นหน่วยความจำของระบบ) คือ ฮาร์ดดิสก์จะยังจำข้อมูลได้แม้ว่าจะปิดเครื่องไปแล้วเหมือนเทป ฮาร์ดดิสก์ประสบความสำเร็จโดยการบันทึกข้อมูลเป็นแม่เหล็กลงบนพื้นผิวชนิด พิเศษ (ไม่มีสนามแม่เหล็กแรงสูงมากๆ มาเกี่ยวข้อง) สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ได้เป็นเวลาหลายๆ ปี
ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ.1950 และใช้จานหมุนวงกลมขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ฟุต เก็บข้อมูลได้เพียงไม่กี่เมกกะไบต์ ลักษณะทางกายภาพต่างไปจาก Floppy Disk ที่จานเหล่านี้จะมีความแข็งมากกว่า ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า Hard Disk ในปัจจุบันจานฮาร์ดดิสก์เหล่านี้มีขนาดเล็ก
ลงมากและหมุนได้เร็วมากจนไม่อาจวัดค่าได้ รวมทั้งเก็บข้อมูลได้มากกว่าอีกด้วย
3. Power supply
4. Ram
หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit)
หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจดจำข้อมูล และโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ บางครั้งอาจเรียกว่าหน่วยเก็บข้อมูลหลัก (Primary storage)
2.2.1 หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว (Read Only Memory - ROM) เป็น หน่วยความจำแบบสารกึ่งตัวนำชั่วคราวชนิดอ่านได้อย่างเดียว ใช้เป็นสื่อบันทึกในคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถบันทึกซ้ำได้ (อย่างง่ายๆ) เป็นความจำที่ซอฟต์แวร์หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนำมาต่อกับไมโครโพรเซสเซอร์ได้โดยตรง หน่วยความจำประเภทนี้แม้ไม่มีไฟเลี้ยงต่ออยู่ ข้อมูลก็จะไม่หายไปจากน่วยความจำ (nonvolatile)
โดยทั่วไปจะใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องมีการแก้ไขอีกแล้วเช่น เก็บโปรแกรมไบออส (Basic Input output System : BIOS) หรือ เฟิร์มแวร์ ที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ใช้เก็บโปรแกรมการทำงานสำหรับเครื่องคิดเลข ใช้เก็บโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน เฉพาะด้าน เช่น ในรถยนต์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมวงจร ควบคุมในเครื่องซักผ้า เป็นต้น
2.2.2 หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory - RAM)
เป็น หน่วยความจำหลัก ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน หน่วยความจำชนิดนี้ อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจำกัดในการอ่านและเขียนข้อมูล ที่ต้องทำตามลำดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้ในสื่อ หรือมีข้อกำจัดแบบรอม ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว
ข้อมูล ในแรม อาจเป็นโปรแกรมที่กำลังทำงาน หรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไปทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจำชนิดนี้ จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น
5. DVD RW
Liteon iHAP322 เป็น DVD Writer ที่มีการพัฒนา Speed ในการเขียนให้สูงยิ่งขึ้น จากเดิม 20X เป็น 22X จึงทำให้ง่ายต่อการทำงานยิ่งขึ้น และคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของ Liteon iHAP322 คือมีเทคโนโลยี “SmartErase” ช่วยให้สามารถลบข้อมูลในแผ่น CD-R และ DVD+R (DL) ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องทำให้แผ่นเป็นลอย หรือหักแผ่นทิ้ง ซึ่งเสี่ยงต่อการกู้ข้อมูลกลับมาได้อีกเหมือนรุ่นเก่าๆที่ผ่านมา แถมเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย สำหรับฟังก์ชั่น “SmartErase” จะติดตั้งอยู่ใน Software “Nero7” ที่แถมไว้อยู่ใน Liteon iHAP322 โดยมีวิธีในการลบข้อมูล 2 แบบ คือ 1. Quick Erase วิธีการนี้จะเป็นการลบข้อมูลเบื้องต้นที่มีการเก็บไว้ในแผ่น ซึ่งจะไม่สามารถใช้ DVD Writer ในการอ่านข้อมูลได้อีก แต่อาจจะมีโอกาสกู้ข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่ได้เขียนทับกลับมาได้ 2. Full Erase วิธีการนี้เป็นการลบข้อมูลทั้งหมดที่มีในแผ่น โดยไม่มีโอกาสที่จะสามารถกู้กลับคืนมาได้อีก แต่อาจจะต้องใช้เวลานานในการลบข้อมูล สนใจเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วไป ภายใต้สัญลักษณ์ดีคอม พร้อมมาตราฐานคุณภาพสินค้าที่ดีเยี่ยม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



